ชื่อร้าน : Nikko Cafe
รายการอาหาร : ร้านคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น , นั่งดื่ม-ทาน ได้ทั้งวัน
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 10.00-22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : 30/18 Soi Ekkamai12 , Sukhumvit63 , Wattana , Klongton-nue Bangkok 10110, กรุงเทพมหานคร วัฒนา Thailand
พิกัด GPS : 13° 43' 47.50"N 100° 35' 24.01"E


ดูแผนที่เพิ่มเติม





  สวัสดีครับพี่น้องชาว bloggang

C:UsersakuchanDesktopETC DESKTOP
ครั้งนี้ขอพาเพื่อนพี่น้องไปเจอกับร้านคาเฟ่ชิคๆ มินิมอล เจแปนนิส สไตล์ ย่านเอกมัยครับ 
เอ่ยชื่อร้านไปคิดว่าหลายๆคนน่าจะรู้จักแล้ว "Nikko Cafe" นั่นเองครับ
สำหรับ Nikko Cafe เป็นร้านคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่มีบริการทั้งอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มครับ 
โดยอาหารก็จะเน้นเป็นอาหารฟิวชั่นที่คิดค้นสูตรขึ้นเองโดยคุณเจ้าของร้าน
มีเมนูแนะนำอยู่หลายเมนู วันนี้ที่ไปลองผมคัดเมนูเด็ดๆที่ห้ามพลาดมาให้ได้ชมกันครับ
 
การเดินทางมาที่ร้านนั้นเข้ามาในถนน ซอยสุขุมวิท63 ครับ
 
ตรงเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงแยก เอกมัย ซอย 12 เลี้ยวขวาเข้าไปได้เลย
 

เข้าซอยไปไม่ไกลสังเกตทางขวาก็เห็นร้านละครับ
 

หน้าร้านครับ "NIKKO CAFE" ร้านเด็ดที่มาแอบซ่อนตัวอยู่ในซอยเอกมัย 12 นี้
 

ขอส่องบรรยากาศรอบๆ ร้านก่อนนะครับ มีที่นั่ง เอาท์ดอร์ทั้งสองชั้นเลยชั้นล่างนี่ก็ดู  ชิลล์ๆ ไม่เบา
 
ห้องกระจกด้านขวานี่ก็มีลูกค้ากลุ่มใหญ่ใช้อยู่เลยไม่กล้าเก็บภาพเต็มๆมา55+ แต่ดูแฮปปี้เม้ามอยชิลล์ยกแก๊งยาวๆกันดีครับ
 
 
เคาท์เตอร์โซนหลักของร้าน สั่งอาหารและเครื่องดื่มกันก่อนได้เลย แล้วไปเลือกที่นั่งได้ทั้งสองชั้นรอพนักงานจะไปเสิร์ฟได้เลยครับ
 

ขออนุญาตส่องซะหน่อย
 

ในตู้แช่เป็นSencha อย่างดีของทางร้าน สามรสชาติแช่ไว้ครับ น่าลอง
 

ส่วนบนตู้นี่เป็นป้ายเกียรติยศของรายการ The Dish เมนูทอง กับเมนู หมูสามวัน (3 Days Ago Ribs) พลาดไม่ได้แน่นอนเมนูนี้!
 

ขวดเก็บใบชาน่ารักๆ ยี่ห้อ Gryphon มีหลายกลิ่นให้เลือกเลย
 

 

เหล่าขนมตัวอย่างนี่น่าหม่ำมาก
 

ทำซะเหมือนเลย
 

 
 

นอกจากที่นั่งชั้น 1 แล้วก็มีข้างบนให้ชิลล์ๆกันอีกครับ 
 

ขึ้นไปส่องดูกันดีกว่า
 

ชั้นสอง โซนห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการเยอะมากครับ เป็นคาเฟ่ที่นั่งนั่งชิลล์ปั่นงาน คุยงานมากๆ เลย 
 
 

ชั้นสองอีกโซนก็น่านั่งชิลล์สุดๆ ไปเลยครับ
 

กลับมาที่โต๊ะดีกว่า เครื่องดื่มที่สั่งไว้มาเสิร์ฟแล้วครับ
 

เครื่องดื่มแก้วนี้คือ [Apple Mint  Soda] ราคา 100 บาทเท่านั้นครับ แก้วสูงลิ่ว
 

 
ให้แอปเปิ้ลเขียวและใบมิ้นต์ตกแต่งน่ารักๆ มา รสชาติดีมากครับคนให้เข้ากันอยู่สักพัก ก็ดื่ม ลงตัว สดชื่น คุ้มครับ
 

ส่วนแก้นี้คือ [Iced Caramel Macchiato] ราคา 125 บาทครับ
 

พี่สั่งมาไม่ได้ชิมครับ แต่น่าทานมากครับน่าจะเข้มข้นหวานหอมแน่ๆเลย
 
อาหารเมนูแรกมาเสิร์ฟละครับ [Teriyaki Chicken Salad] สลัดไก่เทริยากิ ราคา 180 บาท
 
สลัดผักที่รวมผักนานาชนิดเข้าด้วยกัน ทั้งกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ และฟิลเล่ย์ ราดด้วยน้ำสลัดงาแบบญี่ปุ่น 
 

และเพิ่มความหนักท้องด้วยไก่เทริยากิ เป็นสลัดที่รสชาติสดชื่นจากตัวผักและน้ำสลัด แต่ก็ได้ความเข้มข้นกลมกล่อมของไก่เทริยากิเสริมเข้ามา
 

และขอลอง [Cold Brew Sencha] ราคา 125 บาท ซะหน่อยครับมีโลโก้ร้านการันตีแบบนี้
 

ชาเขียวที่ได้จากการนำใบอ่อนที่เด็ดจากต้นชาใหม่ๆ ผ่านกระบวนการสกัดเย็นสีจะสวยกว่าปกติ รสเลมอนเปรี้ยวนิดๆหอมใบชามากครับ
 

และเมนูสุดน่าทานนี้คือ [Chicken Nanban Tartar Sauce] ราคา 170 บาทเท่านั้น
 

แซนวิชไก่ทอด ชิคเก้นนัมบันแซนวิช ขนมปังที่กริลล์มาจนได้กลิ่นหอมเนย วางด้วยไก่ทอดชิ้นโตกรอบนอกนุ่มใน 
แล้วตามด้วยทาทาร์สูตรพิเศษ
 

ตัวไก่ทอดรสชาติเข้มข้น เข้ากับรสเบาๆของทาทาร์ซอสได้เป็นอย่างดี ทานคู่กับขนมปังนั้นอร่อยลงตัวเพลินมากแปบเดียวเกลี้ยงเลย
 

เนื่องจากคาเฟ่นี้ได้รับคำแนะนำว่าเครื่องดื่มเด็ดชาวเราก็จัดมาอีก [The Chocolate Frappe] ราคา 160 บาทครับ
 

จัดเต็มมาทั้งวิปครีม มีรสกรุบๆจาก Chocolate Chip ที่ปั่นลงไป โรงผงช็อคโกแลต รวมทั้งซอสภายในอีกเข้มข้นสุดๆไปเลย 
แต่ไม่หวานเกินไปอร่อยมากๆครับ
 

เครื่องดื่มที่เพื่อนสั่งมาอีกนี้คือ [The Coffee (Hot)] เสิร์ฟมาพร้อมมาร์ชเมลโล่เลย ราคา 130 บาทครับ
 

ไม่ได้ชิมครับแต่น่าจะอร่อยเข้มข้น อยู่ ใส่มาร์ชเมลโล่เข้าไปตอนทานหนุบหนับแน่ๆ
 

เมนูถัดมาคือ [Taco Rice] ราคา 200 บาทครับ มาเป็นเซตสีสันสวยน่าทาน
 
เสิร์ฟพร้อมซุปมิโสะที่ใส่หมูสับ มันฝรั่ง หอมใหญ่และเผือก เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่
 

ตอนแรกนึกว่าเป็นเบอร์เกอร์แบบที่ใช้ข้าวแทนขนมปังแต่ไม่ใช่ครับ เป็นทาโก้แบบที่ใช้ข้าวเป็นส่วนประกอบ
 

โดยชั้นล่างสุดจะเป็นข้าวญี่ปุ่นนุ่มๆ ชั้นถัดมาเป็นหมูผัดเครื่องเทศสไตล์ทาโก้แบบเม็กซิกัน ชั้นถัดมาเป็นชีสขูด 
และชั้นบนสุดเป็นมะเขือเทศหั่นครับ
 

ส่วนวิธีการทาน จะทานแบบตักกินเลยก็ได้ หรือจะคลุกให้เข้ากันทั้งหมดเลยก็ได้ วันนี้เราคลุกให้เข้ากันเลยครับ 
ข้าวญี่ปุ่นหนึบหนับเข้ากันดีกับหมูผัดเครื่องเทศรสจัดจ้าน 
 

เติมความเข้มข้นด้วยชีส มะเขือเทศช่วยเพิ่มความสดชื่น บีบมะนาวเพื่อตัดความเลี่ยน ส่วนตัวคิดว่า ถ้ามีผักกาดแก้วเสริมเข้ามาน่าจะเข้ากันดีนะครับ เพิ่มสีสันให้กับอาหารด้วย 
 

ตัดมาที่แก้วนี้หน่อยครับ [Passionfruit Tea] ราคา 150 บาท ไม่ได้ชิมครับแต่น่าสนใจสำหรับคอแนวนี้ต้องลอง
 

และเมนูนี้เกือบถ่ายไม่ทันเลย[Spaghetti Pesto Bacon] ราคา 200 บาท สปาเกตตี้ลวกมาได้ดีเป็นอัลเดนเต้ 
ผัดกับซอสโหระพาสูตรพิเศษ รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นโหระพา เข้ากันดีกับเบคอนอร่อยจนแย่งกันได้รูปมาชอตเดียวครับ55+
 

และเมนูที่ทำให้ตามมาถึงร้านวันนี้เลยครับ [3 Days ago Ribs] หรือในรายการ The Dish ที่ตั้งชื่อไว้ว่า "หมู3วัน"
 

เสิร์ฟพร้อมซัลซ่าสลัด ที่ปรุงมาได้รสชาติดีทานคู่กันนี่ลงตัวมาก
 

ซี่โครงหมูชิ้นใหญ่ที่นำไปหมักกับซอสสูตรพิเศษถึงสามวันเพื่อความนุ่ม แล้วนำมาย่างจนสุกหอม ตัวซี่โครงทำมาได้ดีมากๆ 
 

แค่ลงมีดเบาๆเนื้อก็ร่อนออกจากกระดูกแล้ว รสชาติชุ่มฉ่ำน้ำเนื้อ และซอสก็หอมหวานกลิ่นมิโสะชัดเจน คุ้มมากๆ 
จัดกลับบ้านไปอีกสองชุดเลยครับ
 


และมาที่เครื่องดื่มสุดชิคสุดเฮลท์ตี้ [Fresh Pressed Juice] แก้วละ 100 บาทเท่านั้น คั้นมาสดๆ เย็นชื่นใจ จัดมาลองกันสามเลย
 

ไล่จากซ้ายเลย สีส้มสวยประกอบไปด้วยน้ำแตงโม แครอท และแอปเปิ้ล ได้กลิ่นแครอทชัดเจน และความชุ่มฉ่ำของแตงโม
 

สีเหลืองแก้วนี้ประกอบไปด้วย สัปปะรด ฝรั่งและ ส้ม เปรี้ยวหวานกลมกล่อม อร่อยมากๆ ครับแก้วนี้ชอบสุดๆเลย
 

แก้วสีแดงนี้ บีทรูทเด่นเลย และยังมีสับปะรด รวมถึงเมล่อน เหมาะกับคนรักสุขภาพ ทั้งสามแก้วเลยครับและ
ยังเห็นว่าใช้น้ำแข็งเหล็กในการทำความเย็นทำให้ได้รสชาติผลไม้เต็มๆ กันเลย ต้องลองครับ
 

มาที่ของหวานกันบ้างครับร้านนี้ก็เด็ดไม่แพ้ใคร [Belgian Chocolate Raspberry Lava] ราคา 200 บาท
 

ปกติทางร้านจะเสิร์ฟเป็นไอติมวานิลลา แต่ก็สามารถเปลี่ยนรสชาติได้นะครับ เลยเลือกเป็นช็อกโกแลตมาครับ 


เบลเยี่ยมช็อกโกแลตไส้ราสเบอรี่ รสชาติเข้มข้นของช็อกโกแลตเข้ากันได้ดีกับความเปรี้ยวของซอสราสเบอรี่ อร่อยมากๆ
 
อันนี้ชอบเลยครับ [Melon Katsuo] เมล่อน ปลาแห้งคัตซึโอะ ราคา 135 บาท
 

เมล่อนกับปลาแห้งเองก็เข้ากันได้ดีมากๆ ได้ทั้งรสฉ่ำหวานของเมล่อน และความหอมของปลาแห้ง อร่อยสุดๆครับ 
 

มีนมข้นหวานมาสำหรับราดเป็นท็อปปิ้งด้วย าสำหรับท่านที่ต้องการความหวานกับเมนูนี้ อร่อยลงตัวแบบคิดไปได้จริงๆ
 

ใกล้จะอิ่มแบบฟินๆแล้ว ยังมีคนอยากลอง [The  Matcha (Cube)] ราคา 165 บาท มาอย่างหรู
 

เป็นชาเขียวเข้มข้น(มาก)และนมสูตรพิเศษแช่แข็งเป็นก้อนสี่เหลี่ยม จะดื่มต้องเทนมชาเขียวอุ่นร้อนราดลงไปในแก้ว
รอให้ขาเขียวที่แข็งทั้งหมดละลาย แล้วดื่มรับรสชาติความเข้มข้นหวานมันเต็มๆ สุดๆไปเลยครับ
 
และขอปิดท้ายอย่างอลังกับ [French Toast  with Ice Cream] ราคา 180 บาทเท่านั้น!
 

ขนมปังเฟร้นโทสชุบไข่ แล้วย่างในกระทะจนกรอบนอกนุ่มใน จัดตกแต่งพร้อมกับไอติมและสตรอเบอรี่ ตบท้ายด้วยน้ำตาลไอซิ่ง 
 
สำหรับไอติมผมเลือกไอติมคุกกี้แอนด์ครีมนะครับ รสชาติดีมากๆ ตัวขนมปังหอมกรุ่น ทานกับน้ำเชื่อมเมเปิ้ลและไอติม
จานนี้ห้ามพลาด อร่อยสุดๆ ขนาดอิ่มกันแล้วยังพรึ่บเดียวหายเกลี้ยงครับ
 
จบกันไปอีกหนึ่งมื้อสุดฟินที่ครบทุกรสชาติ มีหลากหลายรูปแบบจริงๆ ทั้งจัดหนัก เฮลท์ตี้ ของหวานอร่อย
และเครื่องดื่มสุดฟินทั้งหลาย เหมาะกับสายชิลล์ หาที่นั่งทำงานสบายๆ เครื่องดื่มและ อาหารอร่อยคุ้มราคา
มีบันไดเป็นมุมเก๋ๆ ถ่ายอวดเพื่อนเช็คอินกันได้แบบชิคๆ
การเดินทางมาร้านนี้ก็ง่ายมากๆครับ ไม่ไกลจาก BTSเอกมัยเลย ร้านเปิดตั้งแต่ 10.00-22.00น. นั่งชิลล์ได้ไม่จำกัดเวลา
หน้าร้านมีที่จอดไม่มากครับถ้าตั้งใจมาแล้วเวลาเลิกงานนี่แนะนำมาTAXI จะสบายใจกว่า
ถ้าไงลองสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่PageFBของทางร้านดูนะครับ

เจอกันโอกาสหน้าครับผม
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมและcommentครับ

 
 
 
 
 

 

Comment

Comment:

Tweet